ผู้เขียน หัวข้อ: การแต่งกลอนที่ถูกวิธี  (อ่าน 15648 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ กระปุกเงิน

  • ~ Pink Gold~
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 1588
    • อีเมล์
การแต่งกลอนที่ถูกวิธี
« เมื่อ: 13,มิถุนายน,2011, 11:02:21 pm »


การแต่งกลอนสุภาพ
โดย นางเพลินพิศ สุพพัตกุล

กลอน คืออะไร
กลอนคือลักษณะคำประพันธ์ ที่มีการเรียบเรียงเข้าเป็นคณะมีการสัมผัสกัน ตามลักษณะบัญญัติ เป็นประเภท ๆ ไป แต่จะไม่มีการบังคับในเรื่องของเอกโท และครุลหุ โดยกลอนของไทยนั้นแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ

กลอนสุภาพ
เป็นกลอนที่การใช้ถ้อยคำ และการเรียบเรียงทำนองเรียบๆแบ่งย่อยออกเป็นอีก ๔ ชนิด ได้แก่   กลอน๖      กลอน๗ กลอน๘  กลอน๙ โดยที่กลอนสุภาพ นั้นนับว่าเป็นกลอนหลัก ของกลอนทุกชนิด โดยถ้าใครมีความเข้าใจในกลอนสุภาพได้อย่างดี ก็จะสามารถเข้าใจกลอนอื่นๆ ได้ง่าย เพราะกลอนอื่นๆ ที่มีการเรียกชื่อที่ต่างออกไปล้วนแต่มีการเปลี่ยนรูปแบบ วิธีจากกลอนสุภาพ แทบทั้งสิ้น

กลอนลำนำ
เป็นกลอนที่มักใช้ขับร้อง หรือใช้สวด โดยมีการแบ่งทำนองออกเป็น ๕ รูปแบบคือ  ๑. กลอนบทละคร ๒. กลอนสักวา ๓. กลอนเสภา ๔. กลอนดอกสร้อย     ๕. กลอนขับร้อง
          

กลอนตลาด
เป็นกลอนผสม หรือกลอนคละ โดยจะไม่มีการกำหนดคำตายตัว
เช่นกลอนสุภาพ ในแต่ละบทกลอน อาจจะมีวรรค ๗ คำบ้าง ๘ คำบ้าง ๙ คำบ้างหรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นการเอากลอนสุภาพ หลายชนิดนั่นนำเข้ามาผสมกันนั่นเอง โดยกลอนประเภทนี้เป็นกลอนที่ใช้ในการขับร้องแก้กัน จึงมักเรียกกันว่า กลอนตลาดโดยยังมีการแบ่งออกเป็นอีก ๔ ชนิด คือ  ๑. กลอนเพลงยาว  ๒. กลอนนิราศ  ๓. กลอนนิยาย  ๔. กลอนเพลงปฏิพากย์ แผนผังกลอนสุภาพจำนวน ๑ บท เมื่อแต่งมากกว่า ๑ บท ต้องมีสัมผัสระหว่างบท สังเกตสัมผัสระหว่างบทจากคำประพันธ์นี้
           ตัวอย่างบทประพันธ์ที่ควรจำ

กลอนสุภาพพึงจำมีกำหนด    กลอนหนึ่งบทสี่วรรคกรองอักษร
วรรคละแปดพยางค์นับศัพท์สุนทร   อาจยิ่งหย่อนเจ็ดหรือเก้าเข้าหลักการ
ห้าแห่งคำคล้องจองต้องสัมผัส    สลับจัดรับรองส่งประสงค์สมาน
เสียงสูงต่ำต้องเรียงเยี่ยงโบราณ   เป็นกลอนกานท์ครบครันฉันท์นี้เอย

  ตัวอย่างแผนผังกลอนสุภาพ
 แผนผังกลอนสุภาพจำนวน 1 บท

                                               

เมื่อแต่งมากกว่า 1 บท ต้องมีสัมผัสระหว่างบท สังเกตสัมผัสระหว่างบทจากแผนผังด้านล่าง

                                                                                                            

ความไพเราะของกลอนสุภาพ

         คณะของกลอนสุภาพ   หนึ่งบทมี ๔ วรรค วรรคละ ๘- ๙ พยางค์ ๘ พยางค์ไพเราะที่สุดสัมผัสบังคับของ   กลอนสุภาพเป็นสัมผัสสระตามแผนผัง
         สัมผัสระหว่างวรรค   พยางค์สุดท้ายของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับพยางค์ที่ ๓ หรือ ๕ ในวรรคที่ ๒ พยางค์สุดท้ายของวรรคที่ ๒  สัมผัสกับพยางค์สุดท้ายของวรรคที่ ๓  และสัมผัสกับพยางค์ที่ ๓ หรือ ๕ ในวรรคที่ ๔  
         สัมผัสระหว่างบท  พยางค์สุดท้ายของบทต้น สัมผัสกับพยางค์สุดท้าย  ของวรรคที่ ๒ของบทถัดไป
         สัมผัสใน  กลอนสุภาพจะมีความไพเราะยิ่งขึ้นไปนอกเหนือจากการสัมผัสตามสัมผัสบังคับแล้ว ยังต้องมีสัมผัสในที่เป็นสัมผัสสระและสัมผัสอักษรอีกด้วย
         สัมผัสสระ และสัมผัสอักษรเป็นอย่างไร นอกจากสัมผัสในแล้ว เสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรค แต่ละวรรคก็มีความเช่นเดียวกัน ลองสังเกตเสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรค  
            
หลีกสามัญ  ท้ายวรรคหนึ่ง   พึงจำจด      สามัญตรี  นั้นงด  ท้ายวรรคสอง
 วรรคสามสี่   ตรีสามัญ  นั้นครบครอง      เสียงวรรณยุกต์  ตามทำนอง  ของโบราณ
                            
         พยางค์ท้ายวรรคที่ ๒  นิยมเสียงจัตวา เอก และโท พยางค์ท้ายวรรค ๓ และ ๔ นิยมเสียงสามัญ และตรี ไม่นิยมเสียง จัตวา เอก

แหล่งที่มา: sahavicha.com
(ic_2); (ic_2); (ic_2); (ic_2);

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31